ปฐมเทศนาและปฐมสาวก

ปฐมเทศนาและปฐมสาวก
พระมหาบุรุษได้บำเพ็ญเพียรทางใจ จนได้บรรลุธรรมพิเศษคืออริยสัจ ๔ ณ ภายใต้
ต้นอัสสัตถะ ซึ่งต่อมาเรียกว่า ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ในตำบล
อุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ เมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้แล้ว ก็ได้ประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขในสถานที่
ต่าง ๆ รวม ๗ สัปดาห์ เรียกว่า สัตตมหาสถาน คือ
สัปดาห์ที่ ๑ ประทับบนรัตนบัลลังก์ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อระหว่างประทับอยู่
ภายใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ์นั้น ทรงพิจารณาปฏิจจสมุปบาทตลอดยาม ๓ แห่งราตรีแล้ว ทรงเปล่ง
พระอุทานในยามละครั้ง ดังนี้
ในปฐมยามว่า เมื่อใด ธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีเพียรเพ่งอยู่ เมื่อนั้น
ความสงสัยของพราหมณ์นั้นย่อมสิ้นไป เพราะมารู้แจ้งว่าเกิดแต่เหตุ

Read the rest of this entry »

No Comments

ปฐมเทศนาและปฐมสาวก (ต่อ)

สัปดาห์ที่ ๔ ครั้นล่วง ๗ วัน เสด็จไปทางทิศปัจจิมหรือทิศพายัพแห่งต้นพระศรี
มหาโพธิ์ ประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้ว ซึ่งเทวดาเนรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรม
ปิฎกตลอด ๗ วัน สถานที่นั้นจึงได้นามว่า รัตนฆรเจดีย์
สัปดาห์ที่ ๕ ครั้นล่วง ๗ วัน เสด็จไปประทับภายใต้ร่มไทรอันเเป็นที่พักของคนเลี้ยงแกะ
อันได้ชื่อว่า อชปาลนิโครธ ตั้งอยู่ในทิศบูรพาแห่งต้นพระศรีมหาโพธิ์ ครั้งนั้น ธิดาของพญามาร
วสวัตดี ๓ นาง คือ นางตัณหา นางราคา นางอรดี เห็นว่าบิดาของตนมีความเสียใจเพราะ
ทำลายพระพุทธองค์ไม่ได้ จึงขออาสาเข้าช่วยบิดา ได้เข้าไปประเล้าประโลมพระพุทธองค์ แต่กลับ
ถูกพระพุทธองค์ทรงขับไล่ให้หนีไป

Read the rest of this entry »

No Comments

บุคคลที่เปรียบด้วยดอกบัว ๔ เหล่า

บุคคลที่เปรียบด้วยดอกบัว ๔ เหล่า เมื่อประทับอยู่ใต้ต้นราชายตนะสิ้น ๗ วันแล้ว จึงเสด็จกลับไปสู่ต้นอชปาลนิโครธอีก ทรงพิจารณาถึงธรรมที่พระองค์ได้ตรัสรู้แล้วว่าเป็นธรรมละเอียดสุขุมคัมภีรภาพยิ่ง ยากที่สัตว์ ผู้ยังติดอยู่ในกามจะรู้ตามได้ ก็ทรงปลงพระทัยในอันจะทรงสั่งสอนธรรมโปรดเวไนยสัตว์ ตอนนี้ พระอรรถกถาจารย์แสดงว่า ท้าวสหัมบดีพรหมทราบข้อปริวิตกของพระองค์ จึงลงมาทูลอาราธนาให้แสดงธรรม โดยอ้างว่าสัตว์ที่มีกิเลสเบาบางอาจรู้ธรรมที่ทรงแสดงนั้นก็มี พระศาสดาทรงเห็นตามด้วย จึงรับคำอาราธนาของท้าวสหัมบดีพรหมนั้น พระองค์ทรงอาศัยพระกรุณาในเวไนยสัตว์ จึงทรงพิจารณาอีกว่าจะมีผู้รู้ถึงธรรม

ที่ ตรัสรู้นั้นหรือไม่ ก็ทรงทราบอุปนิสัยเวไนยสัตว์ว่ามีอุปนิสัยต่าง ๆ กันเป็น ๔ จำพวก คือ

๑. อุคฆคิตัญญู ผู้สามารถจะตรัสรู้ตามได้ฉับพลัน คือผู้มีอินทรีย์กล้า เป็นผู้ที่พึง สอนให้รู้ได้ง่าย รู้ธรรมพิเศษได้ฉับพลัน เปรียบเหมือนดอกบัวอันอยู่เหนือน้ำ คอยรัศมี พระอาทิตย์อยู่ จะบาน ณ วันนี้ ๒. วิปจิตัญญู ผู้จะตรัสรู้ตามเมื่อได้รับคำแนะนำในโอกาสต่อไป คือผู้มีคุณสมบัติ เช่นนั้นพอปานกลาง ได้อบรมในปฏิปทาอันเป็นเบื้องต้น จนมีนิสัยแก่กล้าก็สามารถจะบรรลุ ธรรมพิเศษได้ดุจเดียวกัน เปรียบเหมือนดอกบัวอันตั้งอยู่เสมอน้ำ จะบาน ณ วันพรุ่งนี้ ๓. เนยยะ ผู้ตั้งใจเพียรพยายามปฏิบัติตามโอวาท ก็มีโอกาสจะตรัสรู้ได้ คือผู้มี คุณสมบัติเช่นนั้นแต่ยังอ่อน หรือหาอุปนิสัยมิได้เลย ก็ยังควรได้รับคำแนะนำในธรรมเบื้องต้น ไปก่อน เพื่อบำรุงอุปนิสัย เปรียบเหมือนดอกบัวยังไม่ขึ้นจากน้ำยังตั้งอยู่ภายในน้ำ จักบาน ณ วันต่อ ๆ ไป

Read the rest of this entry »

No Comments

ทรงแสดงปฐมเทศนา

ทรงแสดงปฐมเทศนา
ครั้นรุ่งขึ้นแห่งวันอาสาฬหปุณณมี วันเพ็ญเดือน ๘ พระองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา
คือธรรมจักกัปปวัตนสูตรโปรดปัญจวัคคีย์ มีใจความโดยย่อว่า “ภิกษุทั้งหลาย ที่สุด ๒ อย่าง
อันบรรพชิตไม่ควรเสพ คือ
๑. การประกอบตนให้พัวพันอยู่ในกามสุขอันเป็นธรรมอันเลว เป็นเหตุให้ตั้ง
บ้านเรือน ของคนมีกิเลสหนา ไม่ใช่ของพระอริยบุคคลผู้บริสุทธิ์ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
เรียกว่า กามสุขัลลิกานุโยค
๒. การประกอบตนให้ลำบากเป็นทุกข์ ไม่ทำให้เป็นอริยบุคคล ไม่ประกอบด้วย
ประโยชน์ เรียกว่าอัตตกิลมถานุโยค”
จากนั้น ทรงยกข้อปฏิบัติอันเป็นทางสายกลาง ซึ่งเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา อันไม่
ใกล้กับที่สุด ๒ อย่างนั้นขึ้น แสดงว่าเป็นข้อปฏิบัติอันควรเสพ ซึ่งได้แก่มรรคมีอยู่ ๘ คือ
๒๙

๑. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ ๒. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ
๓. สัมมาวาจา เจรจาชอบ ๔. สัมมากัมมันตะ การงานชอบ
๕. สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ ๖. สัมมาวายามะ เพียรชอบ
๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ ๘. สัมมาสมาธิ ตั้งใจชอบ
ซึ่งพระองค์ได้ตรัสรู้แล้วเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดี เพื่อพระนิพพาน แล้วทรงแสดง
อริยสัจ ๔ ได้แก่
๑. ทุกข์ คือ ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ
๒. สมุทัย คือ เหตุให้เกิดทุกข์ ได้แก่ กามตัณหา ความอยากในอารมณ์อันน่าใคร่
ภวตัณหา ความอยากในความมีความเป็น วิภวตัณหา ความอยากในความไม่มีไม่เป็น
๓. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ ได้แก่ ความดับตัณหาทั้ง ๓ นั้นเสีย
๔. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ได้แก่อริยมรรคมีองค์ ๘

Read the rest of this entry »

No Comments